การบูชาในพระพุทธศาสนา
การบูชาในพระพุทธศาสนานั้น
ได้ทรงแสดงไว้เป็น ๒ ลักษณะด้วยกันคือ
๑.
อามิสบูชา การบูชาด้วยเครื่องสักการะ
เช่นดอกไม้ ธูป เทียน ๒. ปฏิบัติบูชา คือ การบูชาด้วยการประพฤติทางกาย
วาจา ใจ ให้ดีให้งาม ได้ทรงยกย่องปฏิบัติบูชา
ว่าเป็นการบูชาที่แท้จริง ผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาและเคารพในพระพุทธเจ้า
ในพระธรรม ในพระสงฆ์ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ถ้าจะบูชาพระคุณของท่าน ก็ให้บูชาด้วยปฏิบัติบูชา ตั้งตนอยู่ในความดีทั้งหลาย
ละเว้นจากการประพฤติบาปกรรมทั้งหลาย ชำระจิตใจให้สะอาดหมดจด ชำระความโลภ ความโกรธ
ความหลง ความอยากต่างๆ ที่มีอยู่ในจิตในใจ ให้เบาบางลงไป และให้หมดไปในที่สุด
เพราะนี่แหละคือมงคลที่สูงสุดของชีวิต มงคลนี้มีอยู่ ๔ ขั้นด้วยกันคือ ๑. โสดาบัน ๒. สกิทาคามี ๓. อนาคามี ๔. อรหันต์ เป็นสภาวะของจิตใจที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ
ด้วยการปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยการทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ รักษาศีลอย่างเคร่งครัด บำเพ็ญจิตตภาวนา เจริญสมาธิ และปัญญา
เพื่อให้เกิดดวงตาเห็นธรรมขึ้นมา เพื่อจิตจะได้หลุดพ้นจากความลุ่มหลง
อันเป็นเหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ เป็นเหตุที่ทำให้เกิด แก่ เจ็บ ตาย เวียนว่าย
ตายเกิดในสังสารวัฏ อย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น
เมื่อได้ปฏิบัติ ทาน ศีล ภาวนาอย่างสม่ำเสมอแล้ว
มงคลทั้ง ๔ ขั้นก็จะปรากฏขึ้นมาตามลำดับ
ขั้นแรกบรรลุเป็นพระโสดาบัน อานิสงส์ของพระโสดาบันมีอะไรบ้าง
จะมีภพชาติเหลือไม่เกิน ๗ ชาติ
จะเวียนว่ายตายเกิดต่อไปอีกไม่เกิน ๗ ชาติ และจะไม่ไปเกิดในอบาย ไม่ต้องไปเกิดเป็นเดรัจฉาน เป็นเปรต
เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์นรกอีกต่อไป จะได้เกิดเป็นมนุษย์หรือเทพเท่านั้น
แล้วก็จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด ถ้าได้ปฏิบัติต่อเนื่องไปอีก
ก็จะบรรลุถึงมงคลขั้นที่ ๒ คือพระสกิทาคามี
เมื่อได้ถึงขั้นที่ ๒ แล้ว ภพชาติจะเหลือเพียงชาติเดียว
แล้วก็จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ ถ้าปฏิบัติได้ยิ่งๆขึ้นไปอีก
ก็จะบรรลุถึงมงคลขั้นที่ ๓ คือพระอนาคามี เป็นผู้ที่ไม่กลับมาเกิดในโลกของมนุษย์
และโลกของเทวดาผู้เสพกามอีกต่อไป
แต่จะไปจุติอยู่บนพรหมโลกชั้นสุทธาวาส
แล้วก็จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในลำดับต่อไป ถ้ายังปฏิบัติได้สูงขึ้นไปอีก
ก็จะบรรลุ
เป็นพระอรหันต์ในชาตินี้เลย
ไม่ต้องไปเกิดอีกต่อไป
ถ้าหมั่นปฏิบัติ ทาน ศีล ภาวนาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าชีวิตจะหาไม่แล้ว
จะทำให้บรรลุมงคลทั้ง ๔ ขั้นได้ในชาตินี้ ไม่ต้องรอถึงชาติต่อๆไป
แต่ถ้าเกิดหมดบุญไปเสียก่อน
และได้เป็นพระโสดาบันแล้ว ก็จะมีภพชาติเหลืออีกไม่เกิน ๗ ชาติ
ต้องกลับมาเกิดอีก เพื่อมาบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ต่อไปอีก เช่นเดียวกับพระสกิทาคามี
ที่มีภพชาติเหลืออีกเพียงชาติเดียว ถ้าได้บรรลุเป็นพระสกิทาคามีแล้ว
แต่ยังไม่ได้บรรลุมงคลที่สูงกว่านี้ ต้องตายไปเสียก่อน
ก็จะกลับมาเกิดอีกครั้งเดียวเท่านั้น จะมีบุญบารมีคอยผลักดันให้เข้าวัด
ให้ปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง บรรลุธรรมขั้นสูงขึ้นไป จนถึงขั้นพระอรหันต์ในที่สุด
ถ้าได้บรรลุเป็นพระอนาคามีแล้ว แต่ต้องตายไปเสียก่อน ก่อนจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
ก็จะไปเกิดอยู่บนพรหมโลกชั้นสุทธาวาส
จะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ไม่เกิดเป็นเทพผู้เสพกามอีกต่อไป
แล้วก็จะปฏิบัติต่อไปจนบรรลุเป็นพระอรหันต์
ขอเจริญพรเชิญทุกท่านร่วมโครงการ ฮ่วมบุญ อุ่นใจ๋ ฮอมไว้ ตี่วัดปันเสา
โดยเก็บออมปัจจัยใส่กระปุกออมสิน เพื่อนำมาทำบุญในงานป๋าเวณีมหาจุลกฐิน
เทิดไท้องค์ภูมินทร์มหาราชา การถวายมหากฐินครั้งยิ่งใหญ่ในแผ่นดินล้านนาจำนวน
๙,๙๙๙ กอง กองละ ๙๙๙ บาท ในวันที่ ๓๐-๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพื่อสมทบทุนในการฟื้นวัดร้าง
สร้างศาลาปฏิบัติธรรม
อาคารรับรองพระสงฆ์อาพาธที่เดินทางมาเพื่อรอรับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ขอเชิญท่านรับกระปุกออมสินได้ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดปันเสา (วัดพันเส่าในสมัยโบราณ)
ถ.บุญเรืองฤทธิ์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร ๐๕๓-๒๘๙๑๕๕
พระมหาอาวรณ์ ภูริปญฺโญ (ชัยประสิทธิ์)
ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดปันเสา
(พันเส่า)