ประสบการณ์เห็นพระมหาอาวรณ์ ภูริปัญโญ อธิษฐานจิตแล้วมีพระธาตุเสด็จ
ที่ประเทศอินเดีย – เนปาล

            ดิฉันเป็นหนึ่งในคณะ  49  คนที่มีโอกาสได้ไปสักการะสังเวชนียสถาน  4  ตำบล และแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย - เนปาลพร้อมกับพระอาวรณ์ ภูริปัญโญ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดปันเสา  ต.สุเทพ  อ.เมือง เชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 15-26  มีนาคม2554 มีพระสงฆ์ 4  รูป

            1.พระมหาอาวรณ์                    ภูริปญฺโญ

            2.พระครูปริยัติยานุศาสน์ (ดร.พม. ไสว เทวปุญโญ) วัดฝายหิน

             3.พระมหาวีระพล                  วัดหนองพันเงิน อ.สันป่าตอง

             4.พระมหาสมศักดิ์ วัดศรีสุพรรณ และพระสาคร สุวฒฺทโน พระวิทยากรธรรมบรรยาย

            นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดี ผู้ชาย 14 คน ผู้หญิง 31 คน เป็นคณะคุณหมอ-พยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมกับหุ้นส่วนธรรมจาก เชียงใหม่ กรุงเทพ นนทบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี ต้องกราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญกับพระมหาอาวรณ์ ที่เมตตาให้ดิฉันและคณะไปทัวร์บุญประเทศอินเดีย-เนปาลในครั้งนี้            พวกเราทุกคน มีความ ปิติ ประทับใจ อิ่มบุญ อิ่มกุศลมากมาย และทำให้รู้ว่าพระพุทธเจ้าเป็นใหญ่ในโลกทั้งสาม ดิฉันและคณะแสวงบุญ ขอยึดเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันตลอดไป ดิฉันรู้สึกสุขใจ เบิกบานใจ ที่ได้เห็นกับตาตัวเองพร้อมกับคณะว่าหลังจากที่ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา กล่าวคำไหว้สักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์วันทาหลวง วันทาน้อยเสร็จแล้วพระมหาอาวรณ์อธิษฐานจิตแล้วมีพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมากมาย เป็นจำนวน 6  แห่งดังนี้

*  แห่งที่ 1 วันที่ 17 มีนาคม 2554 ณ. ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์     

ติดกับเจดีย์พุทธคยาสถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้   คณะได้ไปถึงตอนเย็นเวลา 1 6.50 น.  หลังจากได้จ่ายค่ากล้องวีดีโอ และกล้องถ่ายรูปให้กับเจ้าหน้าที่ พระมหาอาวรณ์และพระสาครได้นำพวกเราเดินเข้าไป พระสาครได้บรรยายให้ฟังของเสาหินทราย สระน้ำมุจลินทร์ ต้นโพธิ์ เจดีย์พุทธคยา แล้วพาไปไหว้หลวงพ่อพุทธเมตตาที่อยู่ใต้องค์พระธาตุเจดีย์พุทธคยาเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามมากหน้าตาอิ่มเอิบ สมบูรณ์และศักดิ์สิทธิ์ มีความเมตตาแก่ทุกคนทุกชาติ ทุกศาสนาที่มากราบไหว้สักการะ มีกลุ่มคนจากอินเดีย ศรีลังกา ไทย และต่างประเทศมากราบไหว้มากมาย คณะของเราเลือกที่นั่งจากคณะศรีลังกาที่เสร็จพอดี โชคดีที่คณะเมืองเชียงใหม่ ได้นั่งหน้าแท่นวัชรอาสน์ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ด้านหนึ่ง ดร.พม. ไสวได้นำคณะไหว้พระสวดมนต์ ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ แผ่เมตตาให้ตัวเองให้ผู้อื่น แผ่เมตตาแบบพื้นเมือง  วันทาหลวง  วันทาน้อย  ต่อจากนั้น พระมหาอาวรณ์ได้นำให้ทุกคนกล่าวคำสักการะสถานที่ตรัสรู้ตามเสร็จ  แล้วพระมหาอาวรณ์ลุกขึ้นทุกคนต่างจ้องดูสิ่งแรกที่เห็นมีพระธาตุเสด็จอยู่เต็มบนผ้าอาสนะที่ท่านใช้ปูนั่ง เป็นพระธาตุเม็ดสีขาวขุ่นเท่าขนาดเมล็ดถั่ว   เป็นส่วนที่เป็นกระดูกของพระพุทธเจ้า ทุกคนปิติยินดีที่เห็น ยกมือสาธุ ๆ ๆ โมทนาสาธุกับพระมหาอาวรณ์ และช่วยกันเก็บพระธาตุเก็บไว้บูชา พระสงฆ์จากศรีลังกาและคณะก็เก็บพระธาตุไปบูชาด้วยความปลื้มปิติ   บางคนก็มีพระธาตุเสด็จตกใส่กระเป๋าช่วงสวดมนต์   คือ   พี่ช่อพันธ์   เธอได้ยินเสียงพระธาตุเสด็จลงมากระทบพื้น   ในคณะบางรูป บางคนก็ได้ใบโพธิ์ที่ตกลงมาตรงหน้าตัวเอง           หลังจากนั้น คณะได้แห่ผ้าคลุมต้นพระศรีมหาโพธิ์ สวดอิติปิโสเวียนรอบเจดีย์พุทธคยา 3 รอบ

*  แห่งที่ 2 วันที่ 19 มีนาคม 2554

เดินทางออกจากวัดไทยสารนาถ พารารณสี ในตอนเช้า ตี 5.30 น. เพื่อไปล่องเรือในแม่น้ำคงคา   แบ่งคนลงเรือเป็น 2 ลำเรือพายโล่ง ว่างเปล่า บ่งบอกว่าเป็นเขตแดนนรก ดูแต่ตา ทุกคนปฏิเสธที่จะไม่แวะลงบนแดนนรก พระสาครได้บรรยายประวัติความสำคัญของแม่น้ำคงคา  ทราบว่าครั้งหนึ่งพระสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตกไปยังแม่น้ำคงคา  และปัจจุบันมีหินชนิดหนึ่งที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ใต้แม่น้ำคงคา ที่ทำให้แม่น้ำคงคาศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีเชื้อโรค ไม่เป็นอันตรายแก่ชาวฮินดูที่ได้ดื่มกินและอาบน้ำ พระมหาอาวรณ์ได้นำคณะ สวดมนต์พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ต่อด้วยพระคาถาป้องกันภัยรอบทิศ พระคาถามงคลจักรวาลทั่วแปดทิศ ป๋ารมี 30 ทัศ แผ่เมตตา กล่าวคำสักการะ แม่น้ำคงคาแล้วให้ทุกคนดึงเส้นผมของตัวเอง 1 เส้น ใส่ลงในกระทงดอกไม้ทุกคนต่างอธิษฐานจิตแล้วลอยกระทงดอกไม้ลงในแม่น้ำคงคา ให้เคราะห์ – ทุกข์โศกโรคภัยลอยไปกับแม่น้ำคงคา  บางคนก็ซื้อปลาปล่อยลงไป  บางคนก็ซื้ออาหารให้นก  หลังจากนั้นพระมหาอาวรณ์ได้พาคณะ ไปนมัสการธัมเมกขาสถูป ที่แสดงปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้า เมืองสารนาถ หรือป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เห็นสถูปใหญ่มากคณะได้สวดอิติปิโสเวียนแห่ผ้าคลุมสถูป 3 รอบ เสร็จแล้วทุกคนวางผ้าคลุมรอบๆสถูป ไหว้พระ จุด ธูป-เทียน ปิดแผ่นทอง แล้วไปนั่งรวมกันในสนามหญ้าที่ร่ม ดร.พม.ไสวได้นำคณะไหว้พระสวดมนต์บทธัมจักกัปปรัตนสูตร พร้อมกันตามเอกสารที่ได้รับแจกทุกคน ต่อด้วยการนั่งสมาธิภาวนา แผ่เมตตา วันทาหลวง วันทาน้อย กล่าวคำสักการะตามพระมหาอาวรณ์ๆอธิษฐานจิต เสร็จแล้วพระมหาอาวรณ์ลุกยืนขึ้น   ปรากฏว่ามีพระธาตุเสด็จบนผ้ารองนั่งสีแดงเข้มใสเป็นโลหิตธาตุ และเม็ดสีสีขาวขุ่นคละกัน  มีพระธาตุบางส่วนอยู่บนตักพระมหา-อาวรณ์ก็ตกลงบนพื้นหญ้า ทุกคนต่างสาธุ ๆ ๆ พร้อมกันและแย่งกันเก็บพระธาตุสังเกตว่า สถานที่แห่งนี้มีพระธาตุเป็นจำนวนมาก บางคนเก็บได้เป็นกำมือ ทุกคนปิติ สุขใจ และอนุโมทนาสาธุให้กับพระมหาอาวรณ์

*       แห่งที่ 3 วันที่ 20มีนาคม 2554 ณ. สาวลโนทยาน เมืองกุสินารา

สถานที่พระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพาน คณะได้มาถึงตอนเช้า อากาศเย็นมาก มีหมอกหนาตกคลุมไปทั่วบริเวณปรินิพพานสถูป   ไปถึงมีคณะสักการะ 2  กลุ่มอยู่แล้ว พระมหาอาวรณ์ พาคณะไปอีกด้านหนึ่ง เป็นด้านหลังของวิหาร ดร.พม.ไสว ได้นำทุกคนไหว้พระสวดมนต์ ทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ แผ่เมตตา  วันทาหลวง   วันทาน้อย   และกล่าวคำสักการะตามพระมหาอาวรณ์ ๆ  ได้นำคณะเดินเข้าไปข้างในสถูปที่มีพระพุทธรูปไสยาสน์อยู่บนพระแท่น คณะได้นำผ้าห่มพระพุทธเจ้าไปถวาย 3 ผืน ช่วยกันถือ 1 ผืนยาว 10 เมตร  อีก  1   ผืน    พี่พันธ์ เพ็ญภาคกุล ได้นำผ้าที่มีคนฝากไปถวาย ได้ส่งมอบให้พระมหาอาวรณ์ ถืออธิษฐานจิต ที่เหลือเป็นผ้าของครอบครัว ศรีอุปโย เมื่อพร้อมแล้ว ดร.พม.ไสว ได้นำสวดอิติปิโส เวียนเทียนรอบพระพุทธเจ้า 3 รอบ เสร็จแล้วช่วยกันคลุมผ้าผืนแรกและพระมหาอาวรณ์ บอกให้คนที่อยู่ใกล้ๆท่านช่วยกันคลี่ผ้าที่ท่านถืออธิษฐานจิตแล้วช่วยกันนำไปคลุมพระพุทธเจ้าต่อ สิ่งที่พวกเราได้เห็นก็คือ  มีพระธาตุตกลงมาจากผ้าที่ท่านถือไว้ เป็นพระธาตุเม็ดสีเหลืองเข้มใสสีสวยมาก เสด็จตกลงบนพื้นเป็นจำนวนมาก ทุกคนช่วยกันเก็บพระธาตุ บางคนก็ได้องค์ใหญ่สวยงาม บางคนก็ได้องค์กลาง      องค์เล็กคละกัน ทุกคนต่างเก็บพระธาตุแปลกตรงที่ว่า ณ ที่แห่งนี้ ยิ่งเก็บจากพื้นก็จะมีพระธาตุผุดขึ้นมาให้เราเก็บอีก ทุกคนมีความสุข ปิติยินดี โมทนาสาธุๆๆ กับพระมหาอาวรณ์ ก่อนจะออกไป  ทุกคนได้กราบไหว้ พระพุทธเจ้า อธิษฐานขอพร ติดแผ่นทอง พระมหาอาวรณ์ก็ไปโปรดเมตตา โยมแม่คำ โดยมีพระธาตุเสด็จลงมาอีก ปาฏิหาริย์จริงๆ

*       แห่งที่ 4 วันที่ 20 มีนาคม 2554 ณ มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิง  

เป็นสถูปฐานใหญ่มากคล้ายเนินสูง คณะได้เดินทางมาถึง 9.30 น.  ดร.พม.ไสว ได้นำคณะแห่ผ้ายาว 10 เมตร สวดอิติปิโสรอบสถานที่ถวายพระเพลิง 3 รอบ แล้วพวกเราก็วางผ้าลงที่ฐานของสถูป พระสงฆ์ 5 รูป ได้สวดบังสกุล   พร้อมกัน   ช่วงที่พระสงฆ์ 5 รูป (ดร.พม.ไสว,พระมหา-อาวรณ์, พระวีระพล, พระมหาสมศักดิ์และพระสาคร) สวดอยู่ ดิฉันได้เห็นพระธาตุเสด็จมาบนที่นั่งพระอาจารย์อาวรณ์บางส่วน เป็นพระธาตุสีขาวขุ่นเมล็ดพันธุ์ผักกาดเม็ดเล็ก ๆ แล้วทุกคนก็กล่าวคำสักการะสถูปตามพระมหาอาวรณ์ หลังจากนั้นพอพระมหาอาวรณ์ลุกขึ้นยืนเห็น พระธาตุสีขาวขุ่นเม็ดเล็ก ๆ เต็มที่ผ้าท่านรองนั่งทุกคนช่วยกันเก็บพระธาตุ จุดธูป เทียน ปิดแผ่นทอง พระมหาอาวรณ์ปิดแผ่นทอง อธิษฐานจิตเสร็จแล้วได้มีพระธาตุเสด็จจากบนแผ่นอิฐรอบๆ สถูปอีกมากมาย บางที่ดิฉันเห็นและเก็บพระธาตุเสด็จตกเรียงกันเป็นเส้นเป็นสาย สวยงามมาก ทุกคนกล่าวโมทนาสาธุ ๆ ๆ ช่วยกันเก็บพระธาตุแด่มีพระธาตุเสด็จลงมาเป็นจำนวนมาก เก็บกันไม่หมด เพราะต้องรีบเดินทางกลับวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ซึ่งเป็นวันสงกรานต์ของประเทศอินเดียที่เขาเล่นสาดสีเท่า ๆ กัน

*         แห่งที่ 5 วันที่ 21 มีนาคม 2554  

เดินทางออกจากวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล ถึง สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า เมืองลุมพินี 7 โมงเช้า บางคนเดินเข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร บางคนนั่งสามล้อถีบเข้าไป คันละ 2 คนๆ ละ10 รูปี  ไป – กลับ คนละ 20 รูปี (14บาทไทย) โชคดีที่คณะเราไปถึงคณะแรก ทุกคนไหว้สักการะปิดแผ่นทอง ฉีดน้ำอบน้ำหอม ทำบุญในตู้ทำบุญ ที่ประสูติเสร็จแล้วทุกคนมานั่งร่วมกันหันหน้าไปที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ดร.พม.ไสว นำคณะไหว้พระสวดมนต์  ทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ แผ่เมตตา วันทาหลวง วันทาน้อย กล่าวคำสักการะตามพระมหาอาวรณ์ พระมหาอาวรณ์อธิษฐานจิตเสร็จแล้วมีพระธาตุเสด็จตกบนผ้าที่พระมหาอาวรณ์นั่งเป็นพระธาตุเม็ดสีขาวใสคล้ายดั่งเพชร กับสีขาวขุ่นคละกัน ซึ่งเป็นสีขาวใสคล้ายดั่งเพชร เหมือนกันกับที่พระมหาอาวรณ์เคยอธิษฐานจิต ที่มาแสวงบุญ ณ ที่แห่งนี้  ในปี 2551แล้วก็มีพระธาตุเสด็จลงมาเช่นกัน  แต่มีข้อสังเกตุว่าตรงนี้จะได้พระธาตุสีขาวใสเม็ดใหญ่ทุกคนต่างโมทนาสาธุ ๆ ๆ กับพระมหาอาวรณ์ เมื่อเก็บพระธาตุกันเสร็จแล้ว พระสงฆ์ 5 รูป ก็นำแห่ผ้า สวดอิติปิโสเวียนเทียนรอบที่ประสูติ 3 รอบแล้วนำไปคลุมตรงแท่นที่ประสูติ คณะสักการะที่เหลือช่วยกันปิดแผ่นทองแล้วเดินออกไปจุดธูปเทียนด้านนอกวิหารพระนางมายาเทวี ไปถ่ายรูปหมู่ที่หน้าเสาหินหลักสิลาที่พระเจ้าอโศก-มหาราชทรงสร้างไว้ และถ่ายรูปหมู่ตราหน้าสระน้ำที่ใช้ทรงสนานพระวรกายเจ้าชายสิทธัตถะตอนประสูติใหม่ๆและถ่ายรูปหมู่หน้าวิหาร หลังจากนั้นซื้อของฝากที่ร้านค้า เช่น ที่ใส่ผอบ สร้อยคอ, กำไร, พระพุทธ เบบี้บุดดาองค์เล็ก และหลาย ๆ อย่าง

*       แห่งที่ 6   วันที่   21   มีนาคม   2554   ณ.   กุฏิพระพุทธเจ้า วัดเชตวันมหาวิหาร   เมืองสาวัตถี    

คณะได้เดินทางมาถึงวัดเชตวันในเวลาเย็น 17.30 น.หลังจากพวกเราได้ไปชม สถานที่ต่างๆ ที่เป็นกุฏิ ที่นั่งพระอรหันต์ 8 ทิศ กุฏิของพระสารีบุตร กุฏิพระอานนท์ กุฏิพระสีวลี สระน้ำของพระภิกษุณี แล้วมีคณะสักการะจากศรีลังกากลุ่มใหญ่มากเห็นเขาแห่พระพุทธรูปมาที่กุฏิพระพุทธเจ้ามีพระสงฆ์และคณะได้นำดอกไม้มาโปรยหรือจัดวางเรียงเต็มพื้นกุฏิทั้งด้านในด้านขอบกุฏิ   ชั้นบน-ชั้นล่าง ดร.พม.ไสว นำคณะหาที่นั่งด้านล่างไหว้พระสวดมนต์ ทำวัตรเย็นไหว้พระอรหันต์ 8 ทิศ พระคาถาป้องกันภัยรอบทิศ  พระคาถามงคลจักรวาลทั้งแปดทิศ นั่งสามธิ    แผ่เมตตา   กล่าวคำสักการะตามพระมหาอาวรณ์ เสร็จแล้วพระมหาอาวรณ์ได้นำทุกคนขึ้นไปสักการะพระคันชกุฏีหรือกุฏิพระพุทธเจ้า พระมหาอาวรณ์ ได้กราบไหว้และติดแผ่นทองตรงขอบด้านบนสุดของกุฏิพร้อมๆ  กับ พระมหาสมศักดิ์และ พระมหาวีระพล เห็นพระมหาอาวรณ์อธิษฐานจิตเสร็จแล้วมีพระธาตุเสด็จตกลงมาด้านหน้า พระมหาอาวรณ์เก็บพระธาตุส่งให้พระมหาสมศักดิ์และพระมหาวีระพล   พอพระมหาอาวรณ์ ลุกขึ้นยืน  พระธาตุที่อยู่บนตักก็ตกลงมาที่พื้นกุฏิมากมาย  มีทุกสีรวมกันตั้งแต่แห่งที่ 1 ถึงแห่งที่ 5 น่าอัศจรรย์จริงๆ  ดิฉันและคณะช่วยกันเก็บพระธาตุพร้อมกับเปล่งเสียงคำว่า  สาธุๆ ๆ  ดิฉันได้นำข้าวตอกมาจากเชียงใหม่ ยื่นให้พระมหาอาวรณ์ 1 ถุง พระมหาอาวรณ์ ก็เอาข้าวตอกอธิษฐานจิตแล้วโปรยลงบนขอบกุฏิของพระพุทธเจ้า ปาฏิหาริย์ได้เกิดให้ทุกคนเห็นอีกครั้ง ปรากฏว่ามีพระธาตุเสด็จลงมามากมาย   ทุกสีสีขาวขุ่นเท่าเมล็ดถั่ว สีแดง สีเหลือง-ทอง สีขาวขุ่นเมล็ดพันธุ์ผักกาด สีขาวใสพระสงฆ์และคณะจากศรีลังกาและไทยช่วยกันเก็บพระธาตุและมีคณะของเราเหลือ 4 คนสุดท้ายโชคดี ได้ช่วยกันเก็บพระธาตุเมล็ดพันธุ์ผักกาด สีขาวขุ่นและสีส้มมีมากมาย

 

โมทนาสาธุ  สาธุ  สาธุ

โยมนงลักษณ์ ปูระณะพงษ์